ตั้งค่าอย่างไรเมื่อต้องส่งไฟล์ไปพิมพ์

วันนี้เราจะมาดูเรื่องการตั้งค่าไฟล์ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการส่งไฟล์ไปพิมพ์กันเลย!
*สำหรับส่งไฟล์มาพิมพ์กับเราใช้แบบนี้นะ โรงพิมพ์อื่นมีความคล้ายกันอยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับระบบภายในโรงพิมพ์จ้า

อันดับแรกเราแนะนำให้ใช้ Program Adobe Illustrator (.ai) เรียกย่อๆว่า อีลาส แล้วกันเนอะ คงมีคนสงสัยว่าทำไมไม่ทำใน Program Photoshop (.psd) เอาจริงๆแล้วอธิบายสั้นๆให้เข้าใจเลยว่า

– Photoshop = ตกแต่งสีภาพ ไดคัท รีทัช


– Illustrator = ไว้ออกแบบอาร์ตเวิร์คโดยเฉพาะ 

– Photoshop ต้องทำเท่าขนาดไฟล์จริงถึงจะไม่แตก จะมาขยายทีหลังไม่ได้เพราะภาพจะแตก เรียกว่า Raster
– Illustrator ทำขนาดเล็ก สามารถนำไปขยายเท่าไรก็ได้ ไม่แตก เรียกว่า Vector


Resolution / ppi บ่งบอกถึงอะไร?
-72 ppi คือ การออกแบบสำหรับหน้าจอ เช่น แบนเนอร์ / เว็บไซต์ ฯลฯ อะไรก็ตามที่ดูผ่านหน้าจอ
-150 ppi คือ การออกแบบสำหรับป้ายอิงค์เจท ป้ายต่างๆ ที่เน้นดูระยะไกลๆ
– 300 ppi คือ การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ถ้าจะนำไปพิมพ์อย่าลืมตั้งค่าไฟล์เป็น 300 dpi ตั้งแต่เริ่มงานนะ 🙂


ทำไมต้องมีขนาดตัดตก 3mm (Bleeding)
– เราต้องตั้งค่า Bleeding ทุกครั้งก่อนเริ่มไฟล์งาน โดยให้ตั้งค่าที่มุมละ 3mm เวลาทำไฟล์ก็แนะนำให้ทำออกมาถึงเส้นแดง ซึ่งทางโรงพิมพ์จะต้องเผื่องานจากขนาดของงานจริง เพราะ ทางโรงพิมพ์ ต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการตัดชิ้นงาน ออกมาตามขนาดของลูกค้า
* Bleeding = เส้นตัดงาน 


ตรวจไฟล์ให้รอบคอบก่อน Create Outline 
– ก่อนเราส่งไฟล์ไปพิมพ์แนะนำให้ตรวจเช็คข้อมูลที่จะพิมพ์ให้ดีเสียก่อน แล้วจึง Create Outline

*ข้อดี = เปิดไฟล์มาฟอนต์ตัวอักษรจะไม่เด้ง เวลาไปเปิดเครื่องอื่นที่ไม่มีฟอนต์
*ข้อเสีย = ไม่สามารถแก้ข้อความที่ผิดพลาดได้อีก
***Tip-Trick! = แนะนำว่าให้ Save As แทนการ Save ทับเพื่อเป็นการสำรองไฟล์ โดยไฟล์แรกคือ ไม่ต้อง Create Outline = ยังสามารถแก้ข้อความได้อีก / ส่วนไฟล์ที่ 2 ให้ Create Outline โดย Save เป็นชื่อดังนี้


ส่งไฟล์อะไรให้โรงพิมพ์?
ทางโรงพิมพ์ของเรานั้นรับไฟล์ .ai, .psd. pdf ยกเว้นไฟล์รูปภาพ .jpg

– กรณีเซฟเป็น PDF ให้ เลือก Save as Type เป็น Adobe pdf (.PDF) หลังจากนั้น ให้เลือก Hight Quality Print

และสุดท้ายยยย
หากมีข้อสงสัยอยากปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ Line : @Gapgrids